ทดสอบเว็บ

อาจารย์ศุภวรรณ กรีน เกิดเมื่อวันที่ ๖ เมษษยน ๒๔๙๖ ชีวิตของเธอเป็นชีวิตที่ธรรมะได้จัดสรรให้ต้องเรียนรู้รสชาติของความทุกข์ที่หนักหน่วงเพื่อตระเตรียมให้เธอได้มาเป็นอาจารย์ทางธรรมในภายหลัง...


   เริ่มจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างปี ๒๕๑๒-๒๕๑๙ ความทุกข์จากการได้ผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของการเมืองไทย ที่นักศึกษาต้องเสียชีวิตจาการปะทะกับฝ่ายรัฐบาล

เป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นให้เธอเข้ามาศึกษาธรรมะเพื่อแสวงหาความสงบทางใจ จนมีประสบการณ์ทางธรรมหลายอย่างในช่วงที่ยังเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ทำให้เธอเกิดปัญญา มองโลกและชีวิตได้ลึกซึ้งมากขึ้น

ต่อมา ได้ทำงานในค่ายอพยพเขมร เวียดนาม ชาวม้ง ที่ทำให้เธอเห็นความทุกข์ของมนุษย์ในระดับโลกที่ยังตอกย้ำให้เธอมุ่งมั่นต่อการปฎิบัติธรรม และแล้ว ธรรมะก็จัดสรรให้เธอแต่งงานและย้ายถิ่นฐานตามสามี

ไปอยู่ประเทศอังกฤษในปี ๒๕๒๔ มีลูกชาย ๓ คน การใช้ชีวิตแม่บ้านห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน ทั้งความยากจนที่ทำให้เธอต้องลดฐานะของปัญญาชนมาทำงานใช้แรงงานเพื่อหาเงินค่าขนมให้ลูก ช่่วยสามี

เลี้ยงดูครอบครัว ก็ยิ่งทำให้เธอเผชิญกับความทุกข์ที่สาหัสมากขึ้น โดยที่เธอไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าความทุกข์เหล่านั้นจะเป็นเหตุปัจจัยสำคัญนำพาให้หญิงธรรมดาคนนี้ได้พบสภาวะธรรมในภายหลัง ที่เธอเชื่อ

มั่นว่าคือ นิพพาน อันเป็นแก่นธรรมของพุทธศาสนา จากนั้น เธอจึงได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงานที่มุ่งช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ให้พบความสงบทางใจโดยเอานิพพานเป็นที่พึ่ง


   จุดเด่นของอาจารย์ศุภวรรณ คือ เธอสามารถสอนธรรมะในระดับแก่นธรรมที่ลึกซึ้งด้วยการใช้ภาษา สิ่งเปรียบเทียบที่เรียบง่าย พร้อมมีอุปกรรณสอนต่างๆ ที่ช่วยให้คนเข้าใจการทำงานของจิตใจได้ชัดเจน

มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคปฏิบัติเพื่อให้แน่ใจว่า ลูกศิษย์สามารถเอานิพพานเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง นอกจากความสามารถในการใช้คำพูดเพื่อสอนคนแล้ว เธอยังมีความสามารถในการเขียน ขมวดข้อ

ธรรมเพียง ๓ ข้อจาก ๘๔,๐๐๐ ข้อ เพื่อให้ผู้อ่านตระหนักชัดถึงความสำคัญของการปฏิบัติสติปัฎฐานสี่ หรือ พาตัวใจกลับบ้าน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การแหกคุกชีวิตไปนิพพาน ทั้งยังสามารถสอนธรรมะ

เป็นภาษาอังกฤษได้อีกด้วย ทำให้การสอนธรรมะของเธอ เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวตะวันตก ซึ่งเป็นความสามารถที่โดดเด่น ยากจะมีอย่างครบถ้วนในคนๆเดียว...


เริ่มจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๕๑๙  ความทุกข์จากการได้ผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของการเมืองไทย ที่นักศึกษาต้องเสียชีวิตจากการปะทะกับฝ่ายรัฐบาล เป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นให้เธอเข้ามาศึกษาธรรมะเพื่อแสวงหาความสงบทางใจ  จนมีประสบการณ์ทางธรรมหลายอย่างในช่วงที่ยังเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ทำให้เธอเกิดปัญญา มองโลกและชีวิตได้ลึกซึ้งมากขึ้น  ต่อมา ได้ทำงานในค่ายอพยพเขมร เวียดนาม ชาวม้ง ที่ทำให้เธอเห็นความทุกข์ของมนุษย์ในระดับโลกที่ยิ่งตอกย้ำให้เธอมุ่งมั่นต่อการปฏิบัติธรรม  และแล้ว ธรรมะก็จัดสรรให้เธอแต่งงานและย้ายถิ่นฐานตามสามีไปอยู่ประเทศอังกฤษในปี ๒๕๒๔ มีลูกชาย  คน การใช้ชีวิตแม่บ้านห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน ทั้งความยากจนที่ทำให้เธอต้องลดฐานะของปัญญาชนมาทำงานใช้แรงงานเพื่อหาเงินค่าขนมให้ลูก ช่วยสามีเลี้ยงดูครอบครัว  ก็ยิ่งทำให้เธอเผชิญกับความทุกข์ที่สาหัสมากขึ้น โดยที่เธอไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าความทุกข์เหล่านั้นจะเป็นเหตุปัจจัยสำคัญนำพาให้หญิงธรรมดาคนนี้ได้พบสภาวธรรมในภายหลัง ที่เธอเชื่อมั่นว่าคือ นิพพาน อันเป็นแก่นธรรมของพุทธศาสนา จากนั้น เธอจึงได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงานที่มุ่งช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พบความสงบทางใจโดยการเอานิพพานเป็นที่พึ่ง

   จุดเด่นของอาจารย์ศุภวรรณคือ เธอสามารถสอนธรรมะในระดับแก่นธรรมที่ลึกซึ้งด้วยการใช้ภาษา สิ่งเปรียบเทียบที่เรียบง่าย พร้อมมีอุปกรณ์การสอนต่าง  ที่ช่วยให้คนเข้าใจการทำงานของจิตใจได้ชัดเจนมากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคปฏิบัติเพื่อให้แน่ใจว่า ลูกศิษย์สามารถเอานิพพานเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง นอกจากความสามารถในการใช้คำพูดเพื่อสอนคนแล้ว เธอยังมีความสามารถในการเขียน ขมวดข้อธรรมเพียง  ข้อจาก ๘๔,๐๐๐ ข้อ เพื่อให้ผู้อ่านตระหนักชัดถึงความสำคัญของการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ หรือ พาตัวใจกลับบ้าน โดยมีเป้าหมายที่เด่นชัดคือ การแหกคุกชีวิตไปนิพพาน ทั้งยังสามารถสอนธรรมะเป็นภาษาอังกฤษได้อีกด้วย ทำให้การสอนธรรมะของเธอ เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวตะวันตก ซึ่งเป็นความสามารถที่โดดเด่น ยากจะมีอย่างครบถ้วนในคน  เดียว

 

 

ทดสอบการทำงาน เริ่มจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๕๑๙ ความทุกข์จากการได้ผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของการเมืองไทย ที่นักศึกษาต้องเสียชีวิตจากการปะทะกับฝ่ายรัฐบาล เป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นให้เธอเข้ามาศึกษาธรรมะเพื่อแสวงหาความสงบทางใจ จนมีประสบการณ์ทางธรรมหลายอย่างในช่วงที่ยังเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ทำให้เธอเกิดปัญญา มองโลกและชีวิตได้ลึกซึ้งมากขึ้น ต่อมา ได้ทำงานในค่ายอพยพเขมร เวียดนาม ชาวม้ง ที่ทำให้เธอเห็นความทุกข์ของมนุษย์ในระดับโลกที่ยิ่งตอกย้ำให้เธอมุ่งมั่นต่อการปฏิบัติธรรม และแล้ว ธรรมะก็จัดสรรให้เธอแต่งงานและย้ายถิ่นฐานตามสามีไปอยู่ประเทศอังกฤษในปี ๒๕๒๔ มีลูกชาย ๓ คน การใช้ชีวิตแม่บ้านห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน ทั้งความยากจนที่ทำให้เธอต้องลดฐานะของปัญญาชนมาทำงานใช้แรงงานเพื่อหาเงินค่าขนมให้ลูก ช่วยสามีเลี้ยงดูครอบครัว ก็ยิ่งทำให้เธอเผชิญกับความทุกข์ที่สาหัสมากขึ้น โดยที่เธอไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าความทุกข์เหล่านั้นจะเป็นเหตุปัจจัยสำคัญนำพาให้หญิงธรรมดาคนนี้ได้พบสภาวธรรมในภายหลัง ที่เธอเชื่อมั่นว่าคือ นิพพาน อันเป็นแก่นธรรมของพุทธศาสนา จากนั้น เธอจึงได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงานที่มุ่งช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พบความสงบทางใจโดยการเอานิพพานเป็นที่พึ่ง

Visitors: 17,398